ทีมชาติโปรตุเกสตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังเฉือนเอาชนะโครเอเชียแบบสุดดราม่า 2-1 ในการแข่งขันรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่เมืองโตรอนโต เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2026
ฮีโร่ของเกมนี้คือ กอนซาโล่ รามอส ศูนย์หน้าที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ก่อนจะโหม่งประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ “เซเลเซา ดาส กีนาส” พลิกสถานการณ์จากที่เกือบต้องต่อเวลาพิเศษ กลายเป็นฝ่ายคว้าชัยและผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างยิ่งใหญ่
ประตูชัยของรามอสเกิดขึ้นในนาทีที่ 94 จากลูกเปิดอันแม่นยำของ ราฟาเอล เลเอา ส่งให้โปรตุเกสสร้างหนึ่งในเกมที่น่าจดจำที่สุดของรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้
รามอสลงสำรองเปลี่ยนเกม พาโปรตุเกสคว้าชัย
แม้จะไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง แต่กอนซาโล่ รามอสแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของตัวเองทันทีเมื่อได้รับโอกาสจากกุนซือ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่เกมกำลังจะเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ โปรตุเกสเปิดเกมบุกครั้งสุดท้าย ราฟาเอล เลเอา ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดบอลเข้าเขตโทษอย่างแม่นยำ
รามอสวิ่งสอดเข้ามาโหม่งเต็มศีรษะ ส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูโครเอเชียเข้าไปอย่างเด็ดขาด กลายเป็นประตูชัยที่ปลดล็อกความกดดันทั้งทีม และส่งเสียงเฮให้แฟนบอลโปรตุเกสดังกึกก้องทั่วสนาม
ครึ่งแรกอึดอัด ก่อนโครเอเชียออกนำในครึ่งหลัง
เกมในช่วง 45 นาทีแรกเป็นไปอย่างสูสี ทั้งสองทีมต่างเล่นด้วยความรัดกุม ทำให้โอกาสลุ้นประตูมีไม่มากนัก และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง โครเอเชียเป็นฝ่ายสร้างความได้เปรียบก่อนในนาทีที่ 53 เมื่อ อิวาน เปริซิช จบสกอร์อย่างเฉียบคม ส่งให้ทีมของ ซลัตโก้ ดาลิช ขึ้นนำ 1-0
การเสียประตูทำให้โปรตุเกสต้องเร่งเกมบุกทันที และพยายามกดดันแนวรับของโครเอเชียอย่างต่อเนื่อง
โรนัลโด้ไม่พลาดจากจุดโทษ ก่อนเกมพลิกในช่วงท้าย
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 68 เมื่อผู้ตัดสินเป่าให้โปรตุเกสได้ลูกจุดโทษหลังตรวจสอบ VAR
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหาร และยังคงไว้ใจได้เหมือนเดิม เมื่อยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้โปรตุเกสตีเสมอเป็น 1-1 และปลุกความหวังให้กับทีมอีกครั้ง
หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก
โครเอเชียเคยส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้อีกครั้งจาก เปตาร์ ซูซิช แต่ VAR ตรวจพบว่ามีจังหวะล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกยกเลิก
โปรตุเกสยังคงเดินหน้าบุกต่อเนื่อง และความพยายามก็มาสัมฤทธิ์ผลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อกอนซาโล่ รามอสโหม่งประตูชัยให้ทีมพลิกแซงเป็น 2-1
แม้ช่วงท้ายเกม โยชโก้ กวาร์ดิโอล จะส่งบอลเข้าประตูได้อีกครั้ง แต่สุดท้าย VAR ก็ริบคืนเนื่องจากมีผู้เล่นโครเอเชียอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้โปรตุเกสรักษาสกอร์ไว้ได้จนจบการแข่งขัน
โปรตุเกสผ่านเข้ารอบ 16 ทีม ดวลสเปนในศึกบิ๊กแมตช์
ชัยชนะเหนือโครเอเชียทำให้โปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และเตรียมพบกับคู่ปรับร่วมทวีปอย่าง ทีมชาติสเปน
สเปนเพิ่งโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการถล่มออสเตรีย 3-0 จากผลงานอันร้อนแรงของ มิเกล โอยาร์ซาบาล ที่ยิงสองประตู ขณะที่ เปโดร ปอร์โร ทำได้อีกหนึ่งประตู
การพบกันระหว่างโปรตุเกสและสเปนจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในคู่ที่น่าจับตามองที่สุดของรอบน็อกเอาต์ ทั้งสองทีมต่างเต็มไปด้วยนักเตะระดับโลกและกำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม
ศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองมหาอำนาจลูกหนังแห่งคาบสมุทรไอบีเรียจะมีขึ้นที่ Dallas Stadium ในช่วงเช้ามืดวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2026 (ตามเวลาไทย)
ด้วยแนวรุกที่กำลังมั่นใจจากทั้งฝั่งโปรตุเกสและสเปน เกมนี้จึงมีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในแมตช์ที่เข้มข้นและน่าติดตามที่สุดของฟุตบอลโลก 2026
อ่านด้วย :