ลิโอเนล เมสซี ยังคงสร้างเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 หลังสวมบทฮีโร่ยิงคนเดียว 2 ประตู พาทีมชาติอาร์เจนตินาเอาชนะออสเตรีย 2-0 ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม J พร้อมตอกย้ำสถานะของตัวเองในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการฟุตบอล
นอกจากจะช่วยให้ “ฟ้าขาว” เก็บชัยชนะสองนัดรวดและผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จแล้ว เมสซียังขยับเข้าใกล้ตำแหน่ง ดาวซัลโวสูงสุดของฟุตบอลโลก 2026 มากขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจบเกม กัปตันทีมวัยเกือบ 39 ปี กลับสร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอลด้วยคำพูดติดตลกเกี่ยวกับสภาพร่างกายของตัวเอง หลังต้องลงเล่นอย่างหนักตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเมนต์
เมสซียอมรับเริ่มล้า หลังแบกความหวังอาร์เจนตินาตั้งแต่ต้นรายการ
แม้จะเพิ่งสร้างผลงานระดับมาสเตอร์คลาสอีกครั้ง แต่เมสซีก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าร่างกายของเขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจากโปรแกรมการแข่งขันที่เข้มข้น
ดาวเตะของอินเตอร์ ไมอามี เปิดเผยด้วยรอยยิ้มว่าในช่วงเวลานี้เขาแทบไม่มีพลังงานเหลือมากนัก
“ผมเหนื่อยมาก เหมือนพลังงานกำลังจะหมด และบางครั้งก็คิดอะไรไม่ค่อยออกแล้ว”
แม้จะยอมรับว่าความฟิตไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต แต่เมสซีกล่าวว่าเขายังคงมีความสุขกับทุกช่วงเวลาที่ได้ลงเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีม และพร้อมสนุกกับบรรยากาศของฟุตบอลโลกครั้งนี้อย่างเต็มที่
“ผมกำลังสนุกกับทุกช่วงเวลา และตั้งตารอที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนร่วมทีมต่อไป”
พลาดแฮตทริก แต่ยังพอใจกับผลงานของทีม
ในเกมกับออสเตรีย เมสซีมีโอกาสเพิ่มจำนวนประตูของตัวเองเป็นสามลูก หลังได้รับหน้าที่ยิงจุดโทษในช่วงต้นเกม
อย่างไรก็ตาม ซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสนั้นให้เป็นประตูได้ ทำให้พลาดโอกาสทำแฮตทริกอย่างน่าเสียดาย
ถึงกระนั้น เจ้าของบัลลงดอร์หลายสมัยยืนยันว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือชัยชนะของทีม
“ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้อย่างยอดเยี่ยม”
“วันนี้ผมมีโอกาสยิงจุดโทษ ซึ่งอาจทำให้ผมมีประตูเพิ่มขึ้น หรืออาจไม่ก็ได้ ใครจะรู้?”
“สิ่งที่สำคัญคือผมมีความสุขกับทีมชุดนี้มาก”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นของเมสซีที่ยังคงให้ความสำคัญกับความสำเร็จของทีมมากกว่าสถิติส่วนตัว
ลิโอเนล สกาโลนี ยอมรับ “หมดคำพูด” กับความมหัศจรรย์ของเมสซี
หลังจบเกม ลิโอเนล สกาโลนี กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา ก็ไม่สามารถซ่อนความชื่นชมที่มีต่อกัปตันทีมของเขาได้
เทรนเนอร์วัย 48 ปี ยอมรับว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมสซีทำสิ่งพิเศษมากมายจนแทบไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบายความยอดเยี่ยมของเขาอีกแล้ว
“ผมไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวกับเลโออีกแล้ว”
“เขาทำให้พวกเราทุกคนหมดคำพูดจริง ๆ”
สกาโลนียังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากคุณภาพในสนามแล้ว เมสซียังเป็นผู้นำที่สำคัญต่อสภาพจิตใจของนักเตะทุกคนในทีม
ออสเตรียสร้างปัญหาให้อาร์เจนตินามากกว่าที่คิด
แม้อาร์เจนตินาจะคว้าชัยได้อย่างเด็ดขาด แต่สกาโลนียอมรับว่าการเจอกับออสเตรียเป็นเกมที่ยากกว่าการพบกับแอลจีเรียในนัดแรกอย่างชัดเจน
ทีมของ ราล์ฟ รังนิก เล่นด้วยระบบเพรสซิ่งที่มีระเบียบ พร้อมครองบอลได้ดีจนทำให้อาร์เจนตินาไม่สามารถควบคุมจังหวะเกมได้อย่างที่ต้องการ
“เราเจอปัญหาในเรื่องความคิดสร้างสรรค์”
“เราไม่ได้ครองบอลได้ดีเหมือนปกติ แต่สิ่งสำคัญคือเรารู้วิธีต่อสู้และอดทนร่วมกันในฐานะทีม”
คำกล่าวดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอาร์เจนตินาที่สามารถคว้าชัยได้แม้ไม่ได้เล่นในฟอร์มที่ดีที่สุด
ราล์ฟ รังนิก ยกย่องเมสซีว่าอยู่คนละระดับกับนักเตะทั่วไป
แม้ทีมของเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ ราล์ฟ รังนิก กุนซือทีมชาติออสเตรีย ก็ไม่ลังเลที่จะยกย่องเมสซีอย่างเต็มที่
อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองว่าเมสซียังคงเป็นผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ด้วยตัวคนเดียว แม้อายุจะใกล้แตะหลัก 40 ปีแล้วก็ตาม
“ถ้านักเตะอายุ 39 ปี ยังสามารถยิงได้สองประตู และมีห้าประตูจากสองเกมในฟุตบอลโลก มันคือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่มาก”
รังนิกยังเชื่อว่าเมสซียังคงอยู่ในระดับที่เหนือกว่านักเตะส่วนใหญ่ในโลกฟุตบอล
“เรารู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่ในระดับของตัวเอง”
“เมสซีพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุด หรืออาจเป็นคนที่ดีที่สุดตลอดกาล”
“เขาไม่จำเป็นต้องมีโอกาสมากมายในการตัดสินเกม”
ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยกเมสซีอยู่บนจุดสูงสุดเพียงลำพัง
ไม่เพียงแต่โค้ชหรือคู่แข่งเท่านั้นที่กล่าวชื่นชมเมสซี แต่เพื่อนร่วมทีมอย่าง ลิซานโดร มาร์ติเนซ ก็ยอมรับว่าการได้เล่นร่วมกับกัปตันทีมรายนี้คือประสบการณ์ที่พิเศษอย่างแท้จริง
กองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่าเขาแทบไม่สามารถหาคำใดมาอธิบายความยิ่งใหญ่ของเมสซีได้
“ไม่มีคำพูดใดเพียงพอสำหรับเขา”
“สิ่งเดียวที่เราทำได้คือสนุกกับสิ่งที่เขาสร้างขึ้นในสนาม”
มาร์ติเนซยังยืนยันว่าในมุมมองของเขา เมสซียังคงยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลอย่างไร้คู่แข่ง
“เขาอยู่บนยอดเขาเพียงคนเดียว”
“ในฐานะคนอาร์เจนตินา ผมรู้สึกภูมิใจและตื้นตันทุกครั้งที่ได้เห็นเขาลงเล่น”
เมสซียังเดินหน้าล่าสถิติใหม่ในฟุตบอลโลก 2026
หลังผ่านสองนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม เมสซีทำไปแล้ว 5 ประตู และกำลังเป็นหนึ่งในตัวเต็งสำคัญสำหรับรางวัลรองเท้าทองคำของทัวร์นาเมนต์
ผลงานดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขสำหรับนักเตะระดับตำนานรายนี้
ขณะที่อาร์เจนตินาเตรียมลงสนามพบกับจอร์แดนในนัดต่อไป แฟนบอลทั่วโลกต่างเฝ้ารอว่าเมสซีจะสามารถเพิ่มสถิติส่วนตัว และพา “ลา อัลบิเซเลสเต” เดินหน้าสู่ภารกิจป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จหรือไม่
หากยังคงรักษาฟอร์มการเล่นระดับนี้ไว้ได้ เมสซีอาจสร้างอีกหนึ่งบทประวัติศาสตร์ที่โลกฟุตบอลจะจดจำไปอีกหลายปี.
อ่านด้วย :