เออร์ลิง ฮาลันด์ ยอดดาวยิงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างไม่คาดคิด หลังจากเริ่มต้นฤดูกาล 2025/2026 ด้วยฟอร์มถล่มประตูอย่างร้อนแรง แต่ในช่วงหลัง ความเฉียบคมของหัวหอกทีมชาตินอร์เวย์กลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
หากเปรียบเทียบ ฮาลันด์เหมือนหุ่นยนต์สังหารประตู ตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วง “ระบบขัดข้อง” และอาจต้องการการรีเซ็ตโดยด่วน แม้จะยิงไปแล้วถึง 39 ประตูจาก 36 นัดรวมทุกรายการกับสโมสรและทีมชาติ แต่ผลงานล่าสุดกลับสวนทางอย่างน่ากังวล
ปัจจุบัน ฮาลันด์ทำได้เพียง 1 ประตูจาก 8 เกมหลังสุด ซึ่งถือเป็นสถิติที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นตลอดเส้นทางอาชีพของเขา
ฟอร์มฮาลันด์ดร็อป สะเทือนแมนฯ ซิตี้
ฟอร์มที่ตกลงของฮาลันด์เกิดขึ้นพร้อมกับผลงานโดยรวมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เริ่มแผ่วลง ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา เริ่มหลุดจากเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และยังพ่ายแพ้อย่างพลิกล็อกต่อ โบโด/กลิมท์ ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
กวาร์ดิโอลาเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทีมของเขาขาดพลังงานในเกมดาร์บี้แมตช์ที่แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญเริ่มถูกตั้งขึ้นว่า ฮาลันด์ถูกใช้งานหนักเกินไปหรือไม่ตลอดฤดูกาลนี้
ฮาลันด์ยอมรับตรงไปตรงมา: “ผมไม่มีคำตอบ”
กระแสวิจารณ์กลับมารุนแรงอีกครั้งในเกมแชมเปียนส์ลีกที่แมนฯ ซิตี้ บุกเยือนโบโด/กลิมท์ ขณะที่ทีมตามหลัง 0-2 ฮาลันด์ได้รับโอกาสทองจากระยะเพียง 8 เมตรก่อนหมดครึ่งแรก แต่กลับยิงพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ
จังหวะดังกล่าวถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนของช่วงเวลายากลำบากที่เขากำลังเผชิญ ปัจจุบัน ฮาลันด์ไม่สามารถทำประตูจากโอเพ่นเพลย์ได้ติดต่อกันถึง 8 นัด ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และแมนฯ ซิตี้
“ผมไม่มีคำตอบจริงๆ” ฮาลันด์กล่าวกับ TNT Sports
“ผมต้องรับผิดชอบเต็มที่ ผมควรยิงประตูนั้นให้ได้ และผมต้องขอโทษแฟนบอลแมนฯ ซิตี้ทุกคนที่เดินทางมาเชียร์วันนี้”
“ผมไม่อยากพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง ผมพยายามทุ่มเทเต็มที่ทุกครั้งที่ลงสนาม เราลงเล่นกันในจำนวนเกมที่มากมาก” ดาวยิงวัย 25 ปีเสริม
สถิติชี้ชัด: ฮาลันด์ลงเล่นหนักเกินไป?
ในฤดูกาลนี้ ฮาลันด์ลงสนามไปแล้ว 31 นัด รวมเวลาทั้งสิ้น 2,568 นาทีในทุกรายการกับแมนฯ ซิตี้ ทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีจำนวนนาทีลงเล่นมากเป็นอันดับ 12 ของพรีเมียร์ลีก
แต่หากมองเฉพาะกลุ่มกองหน้าใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ฮาลันด์รั้งอันดับ 2 เป็นรองเพียง ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ของคริสตัล พาเลซ เท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น หากรวมโปรแกรมที่เหลือกับสโมสรและทีมชาตินอร์เวย์ ฮาลันด์มีโอกาสลงสนามสูงถึง 69 นัดก่อนศึกฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเป็นภาระที่หนักอย่างยิ่งสำหรับกองหน้าตัวเป้า
ตัวเลขตก แต่ยังอันตรายเสมอ
ไม่ใช่แค่จำนวนประตูเท่านั้น สถิติเกมรุกของฮาลันด์หลายด้านก็ลดลงอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ยิงจากโอเพ่นเพลย์ครั้งล่าสุดใส่เวสต์แฮม จำนวนการยิง, การสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง และค่า expected goals (xG) ต่างลดลงพร้อมกัน
ปัจจัยแวดล้อมก็มีส่วนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บของแนวรับอย่าง รูเบน ดิอาส และ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล สภาพร่างกายของ โรดรี ที่ยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงฟอร์มฝืดของ ฟิล โฟเดน ที่เงียบหายไปตั้งแต่เกมเจอเวสต์แฮม
แม้ฮาลันด์จะรับผิดชอบผลงานของตัวเอง แต่เสียงวิจารณ์ก็พุ่งไปที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เช่นกัน หลังถูกมองว่าใช้งานกองหน้ารายนี้มากเกินไป แม้ในเกมที่ไม่จำเป็นอย่างชัยชนะ 10-1 เหนือเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ
อย่างไรก็ตาม กวาร์ดิโอลาก็เคยได้รับบทเรียนจากความพ่ายแพ้ต่อไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ในแชมเปียนส์ลีก หลังโรเตชันทีมครั้งใหญ่
ข่าวดีสำหรับแมนฯ ซิตี้ คือพวกเขามีตัวเลือกเกมรุกเพิ่มขึ้น โอมาร์ มาร์มูช กลับมาจากศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์แล้ว ขณะที่ อองตวน เซเมนโย แนวรุกใหม่ในตลาดเดือนมกราคม ก็สามารถเล่นได้หลากหลายในแนวรุก
อ่านด้วย :